
วันนี้( 8 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง(คตม.)เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายชินวรณ์ บุญเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย อัยการสูงสุด และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 12.00 น. นายสุเทพ พร้อมคณะแถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุม คตม.ได้ประเมินสถานการณ์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มี.ค.โดยผู้ชุมนุมจะมีการรวมตัวจากจังหวัดต่างๆและเดินทางมารวมกันที่จุดนัดพบในแต่ละภูมิภาค ก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้ามายังกรุงเทพฯ คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 1 แสนคนและมีการนำรถบรรทุกขนาดเล็ก รถอีแต๋น รถส่วนตัวเข้ามาจำนวนนับหมื่นคัน การที่มีผู้ชุมนุมและ ยานพาหนะจำนวนมากเข้ามาในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดความกังวลว่า จะเกิดปัญหาการจราจร ที่ประชุมมีมติว่า ต้องมีการเจรจากับผู้ที่จะจัดการชุมนุมเพื่อขอความร่วมมือ เราเคารพสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตามการชุมนุมอาจก่อให้เกิดปัญหาการจราจร ทำให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้จะเข้าข่ายการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เราพยายามประสานงานให้รักษาการผบ.ตร.ตั้งคณะไปเจรจาขอความร่วมมือกับผู้จัดการชุมนุม
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เรื่องที่ขอความร่วมมือ คือ 1.พาหนะบางประเภทต้องไม่นำเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะขับเคลื่อนได้ช้า เป็นอันตรายกีดขวางการจราจร เช่น รถอีแต๋น รถบรรทุกขนาดเล็ก อยากให้ผู้จัดการชุมนุมจัดให้ประชาชนที่จะเข้ามาชุมนุมมาด้วยยานพาหนะสาธารณะ เช่น รถไฟ รถบัส ส่วนที่นำรถส่วนตัวมาเจ้าหน้าที่จะจัดหาสถานที่จอดรถไว้ให้ที่ชานเมือง และจะจัดรถบริการให้มาบริเวณที่ชุมนุม อยากขอความร่วมมือเบื้องต้น ซึ่งประชาชนในกรณีที่ยังพยายามนำรถเข้ามา อาจเกิดความเสียหายจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม หากรถกีดขาวงการจราจร เราจำเป็นต้องใช้รถยกออกไปให้พ้นผิวจราจร เพื่อไม่ให้กรุงเทพฯเป็นอัมพาต อาจทำให้รถเสียหายและจะไม่มีผู้รับผิดชอบ เราได้สอบถามไปยังประกันภัยแล้ว เขาบอกจะไม่จ่ายหากเกิดกรณีการจลาจล”นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ 2 ที่ประชุมพบความจริงว่า ในการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมมีความแตกแยกกันเป็นหลายกลุ่ม หลายฝ่าย และไม่แน่ว่าจะควบคุมกันได้หรือไม่ ปัญหาที่ผู้ชุมนุมไม่สามารถควบคุมได้ ก่อให้เกิดความกังวลเพราะมีโอกาสที่จะทำให้กลุ่มที่ควบคุมไม่ได้ ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ผิดกฎหมาย จากการข่าวพบว่ามีหลายกลุ่มที่ส่อพฤติการณ์ และมีแนวคิดที่จะใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยเช่น การวางระเบิด การใช้ระเบิดขว้างปาไปในที่ทำการของรัฐ และเอกชน อย่างที่เคยเกิดเหตุปาระเบิด ธ.กรุงเทพ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้กระทำความผิด แล้วยอมรับว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นผู้จ้างวาน นอกจากนี้ยังพบว่าบางกลุ่มไม่ได้คิดจะมาชุมนุมที่สนามหลวงหรือตามจุดนัดพบต่างๆ แต่จะไปปิดล้อมสถานที่ราชการ และบ้านบุคคลสำคัญเช่น บ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งในกรณีนี้ได้ศึกษาตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองเห็นว่า ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบตามที่รัฐธรรมนูญได้คุ้มครองไว้ แต่เป็นการคุกคามต่อความปลอดภัย และการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของบุคคลเหล่านั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ
นายสุเทพ กล่าวว่า ในวันที่ 9 มี.ค.จะเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหาในกรุงเทพฯและบางพื้นที่ในปริมณฑล เช่น บางอำเภอใน จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และ จ.สมุทรปราการ แม้ว่าแกนนำผู้ชุมนุมประกาศจะใช้สนามหลวง และถ.ราชดำเนินแต่การข่าวพบว่ามีการเคลื่อนไหวในพื้นที่นอกเหนือที่มีการประกาศไว้ เพื่อก่อเหตุและสร้างสถานการณ์ ส่วนรายละเอียดจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง ซึ่งพ.ร.บ.ความมั่นคงฯจะประกาศใช้วันที่ 11มี.ค.-23 มี.ค.
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะประกาศให้เป็นวันหยุดราชการหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า วันที่ 13-14 มี.ค. เป็นวันหยุดอยู่แล้วหากรัฐบาลประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่ามีความจำเป็นรัฐบาลก็พร้อมจะดำเนินการอะไรก็ตามที่เห็นว่าจะทำให้เกิดความปลอดภัย ขณะนี้อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ ส่วนหากประกาศพ.ร.บ. ความมั่นคง แล้วยังมีกลุ่มผู้ชุมนุนมฝ่าฝืนนำรถอีแต๋น รถกระบะเข้ามาชุมนุม เราต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ที่ประชุมจึงมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศ นัดประชุมทูตต่างประเทศเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และมาตรการป้องกันให้ทูตแต่ละประเทศแจ้งไปยังประเทศของตนเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเชื่อมโยงกับกรณีระเบิดหายที่ จ.พัทลุงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่สามารถพูดได้ว่าเชื่อมโยงกับผู้ที่จะมาชุมนุมในกทม.หรือไม่ แต่กังวลใจจึงได้สั่งให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ พาหนะที่จะเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ทั้งนี้ได้สั่งให้มีการสอบสวนขอให้สบายใจว่าจะต้องมีคนรับผิดชอบเรื่องนี้กองทัพได้สั่งการไปยังทุกหน่วยที่ดูแลอาวุธให้กวดขันเป็นพิเศษ ส่วนที่อาจมีการนำอาวุธมาก่อเหตุการณ์ในกทม. นั้น พูดตามข้อเท็จจริง แต่ขณะนี้ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ามีความเชื่อมโยงกันจึงไม่ขอพูด เมื่อถามว่าการที่อาวุธหายไปอาจมีความขัดแย้งในกองทัพ หรือขบวนการค้าอาวุธเพื่อนำไปใช้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ตัดประเด็นอะไรเลย สงสัยในทุกประเด็น
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีการส่งข่าวทางเอสเอ็มเอส.ให้ประชาชนไปถอนเงินจากธนาคารเพราะเกรงว่าจะมีการก่อวินาศกรรม นายสุเทพ กล่าวว่า มีรายงานข่าวมาแล้วว่ากลุ่มคนเสื้อแดงได้ส่งข้อมูลเอสเอ็มเอสให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษาไปถอนเงิน ตนถึงบอกว่ามีบางกลุ่มที่อาจจะเชื่อมโยงหรือไม่กับผู้ชุมนุม แต่มีบางกลุ่มจงใจให้เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นจึงต้องมีมาตราป้องกันทุกอย่าง เรื่องนี้มอบให้รมว.ศึกษาธิการไปชี้แจงตามโรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งนี้ตนยืนยันว่าหากเกิดความวุ่นวายจนสถานการณ์ไม่สามารถควบคุมได้ ทหารจะไม่ออกมาปฎิวัติแน่นอน ประชาชนอย่าได้ห่วง
ด้าน พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำหนังสือไปยังศาลอาญารัชดาเพื่อขอคัดค้านการประกันตัวพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ เคทองโดยเฉพาะพล.ต.ขัตติยะ ที่ขณะนี้มีหลายคดีที่จะต้องดำเนินการสอบสวน หากให้มีการประกันตัวจะทำให้เสียรูปคดีได้ เมื่อถามว่า ทางสำนักงานตรวจแห่งชาติ มีแนวทางแก้ปัญหาเรื่องการชุมนุมอย่างไร โดยเฉพาะการเคลื่อนรถอีแต๋นเข้ามาใน กทม. พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจภูธร แต่ละกองทัพภาคเข้าเจรจากับแกนนำกลุ่มนปช.ในพื้นที่ต่างจังหวัดแล้ว ส่วนแกนนำในกรุงเทพฯจะมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเข้าเจรจาพูดคุยโดยเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือ
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ก็เหมือนกับการชุมนุมทุกครั้งโดยจะใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ 30,000 นายและเจ้าหน้าที่ปกครองประมาณ 20,000 นาย ซึ่งการทำงานคงต้องประสานความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ส่วนการที่ต้องประกาศระยะเวลาการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหลายวัน เนื่องจากเราห่วงความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ หากการชุมนุมไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถยกเลิกพ.ร.บ.ความมั่นคงได้
สนับสนุนข่าวโดย

